หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พิษสุนัขบ้าโรคร้ายใกล้ตัว  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 พ.ย. 18, 16:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้จักโรคพิษสุนัขบ้าอยู่บ้าง บางคนอาจคิดว่าชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าโรคพิษสุนัขบ้าคงมาจากสุนัข ซึ่งต้องบอกเลยว่าผิดเพราะโรคนี้สามารถแพร่เชื้อโดยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด ดังนั้นวันนี้เราจะพาทุกท่านได้รู้จักเจ้าโลกพิษสุนัขบ้ามากยิ่งขึ้น

โรคพิษสุนัขบ้า หรือที่เรียกกันว่า โรคกลัวน้ำ เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสที่มีสาเหตุจากการถูกสัตว์ที่ติดเชื้อกัดหรือข่วน โดยเฉพาะสุนัข ซึ่งเชื้อดังกล่าวส่งผลกระทบระบบประสาทส่วนกลาง และจะมีความรุนแรงมากจนถึงขั้นเสียชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาหรือฉีดวัคซีนป้องกันทันเวลา

สาเหตุโรคพิษสุนัขบ้า
โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่าเรบีส์ เชื้อโรคนี้จะสามารถแพร่กระจายเชื้อไปสู่คนหรือสัตว์อื่น ๆ ได้ด้วยการถูกกัด นอกจากนี้ แผลตามร่างกายหรือเยื่อบุตาและปากที่สัมผัสเข้ากับน้ำลายของสัตว์ติดเชื้อนั้น ๆ ก็มีโอกาสติดเชื้อพิษสุนัขบ้าได้เช่นกัน แต่พบได้น้อย ไม่ใช่แค่สุนัขเท่านั้นที่สามารถแพร่กระจายเชื้อมาสู่คนได้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใดก็ตามล้วนสามารถส่งผ่านเชื้อพิษสุนัขบ้ามาสู่คน ไม่ว่าจะเป็น วัว ม้า แมว แกะ สุนัข รวมถึงสัตว์ป่าทั้งหลาย

อาการของสุนัขที่มีเชื้อพิษสุนัขบ้า ได้แก่
1. เป็นไข้ ไม่กินอาหารและน้ำ
2. ดุ ก้าวร้าวกว่าปกติ
3. อัมพาต
4. เดินขาไม่สัมพันธ์กัน
5. น้ำลายฟูมปาก เพราะไม่สามารถกลืนน้ำลายได้
6. คางตก
7. กลัวน้ำ
8. เห่าหรือร้องเปลี่ยนเสียง
9. ชัก

อาการของโรคพิษสุนัขบ้า
ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อพิษสุนัขบ้าในระยะแรกเริ่มอาจไม่แสดงอาการใด ๆ เนื่องจากเป็นระยะการฟักตัวของเชื้อที่มักใช้เวลาตั้งแต่ 2-12 สัปดาห์ขึ้นไป หรือบางรายอาจใช้เวลาอย่างเร็วเพียงแค่ 4 วัน ซึ่งเป็นระยะที่สำคัญมาก เพราะหากเลยช่วงนี้ไปจนเข้าช่วงแสดงอาการแล้วมักไม่สามารถรักษาได้ นำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

ทั้งนี้บริเวณที่ถูกกัดยังสามารถส่งผลต่อการเพิ่มจำนวนและระยะฟักตัวของเชื้อ โดยยิ่งบริเวณที่ติดเชื้ออยู่ใกล้สมองมากเท่าไหร่ เชื้อก็จะยิ่งเพิ่มจำนวนและฟักตัวได้รวดเร็วขึ้นเท่านั้น เช่น การถูกกัดบริเวณใบหน้าจะเกิดการแพร่กระจายของเชื้อเร็วกว่าการถูกกัดที่บริเวณขา ทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่อวัยวะอื่น ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้รอยกัดขนาดใหญ่ที่มีเลือดออกก็จะส่งผลต่อการแพร่กระจายของเชื้อมากกว่ารอยข่วนขนาดเล็ก

อาการเริ่มต้นของโรคนี้จะคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยอาจมีไข้ เป็นเหน็บชา และกล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมถึงความรู้สึกแสบร้อนที่แผล หลังจากนั้นอาการจะเริ่มพัฒนาไปสู่ระยะที่โรครุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้แล้ว โดยอาการจะแสดงใน 2 ลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละราย

การรักษาโรคพิษสุนัขบ้า
คนหรือสัตว์เลี้ยงที่ถูกสุนัขที่สงสัยว่าจะเป็นโรคกัด ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและรีบพาไปโรงพยาบาล โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่สามารถฉีดวัคซีนภายหลังจากการถูกกัดเพื่อป้องกันโรคได้ เพราะการพัฒนาของภูมิคุ้มกันโรคนั้นเร็วกว่าการแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในสัตว์และในคน แต่จำเป็นต้องไปฉีดยาหลายครั้ง เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่วมกับการป้องกันบาดทะยัก แต่หากสุนัขหรือแมวตัวนั้นแสดงอาการทางระบบประสาทหรือแสดงอาการก้าวร้าว แสดงว่าเชื้อได้เข้าไปยังสมองแล้ว และมักตายภายใน 7-10 วัน ในช่วงนี้ให้กักขังสัตว์เอาไว้ ไม่ให้ไปแพร่เชื้อสู่สัตว์หรือคนอื่น ๆ ต่อไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  โรคพิษสุนัขบ้า  สุขภาพ  สาระน่ารู้ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม