หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: 6 โรคที่ติดต่อได้จากเพศสัมพันธ์  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 6 ม.ค. 19, 21:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
6 โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ติดต่อได้จากเพศสัมพันธ์

6 โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส
และยังเป็นโรคที่ติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ด้วย
มาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่ควรต้องระวัง

1.โรค HPV
ไวรัส HPV หรือ Human Papilloma Virus เป็นไวรัสที่มีสายพันธุ์มากกว่า 100 ชนิด แต่เชื้อไวรัส HPV ที่ก่อโรคได้จะมีอยู่กลุ่มหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้ ก่อให้เกิดโรคมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนต่าง ๆ ได้ ทั้งเพศหญิงและชาย เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งที่ทวารหนัก แต่ที่พบบ่อยคือ มะเร็งปากมดลูก ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขจึงได้นำวัคซีน HPV มาฉีดฟรีให้กับนักเรียนหญิงในช่วงอายุ 10-12 ปี เพื่อป้องกันเชื้อก่อโรค

2.เอดส์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อันตรายถึงชีวิตได้อย่างโรคเอดส์ เกิดจากเชื้อไวรัส Human Immunodeficiency Virus หรือเรียกย่อ ๆ ว่า HIV นั่นเอง โดยเชื้อเอชไอวีจะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคได้อีก โรคต่าง ๆ (หรือเรียกอีกนัยหนึ่งว่า โรคฉวยโอกาส) จึงเข้ามาซ้ำเติมได้ง่าย เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในที่สุด สามารถติดต่อกันได้หลายทาง แต่ร้อยละ 80 รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์

3.เริมที่อวัยวะเพศโรคเริมสามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์และการสัมผัส โดยเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเริมก็คือ Herpes simplex virus ซึ่งเป็นเชื้อที่แฝงตัวอยู่ที่ปมประสาทรับความรู้สึกและเมื่อร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานลดลงเมื่อไร ผื่นเริมจะแสดงอาการทันที ซึ่งอาการแสดงของเริมบางครั้งก็สังเกตได้ แต่ส่วนมากก็ไม่ค่อยแสดงอาการเท่าไร ทำให้โรคเริมเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกโรคที่น่ากลัว เนื่องจากผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่ามีเชื้อจึงไปแพร่เชื้อให้คู่นอนได้โดยง่ายทั้งนี้อาการของเริมที่อวัยวะเพศในการติดเชื้อครั้งแรกอาการจะค่อนข้างรุนแรง โดยเป็นตุ่มน้ำใสจำนวนมากที่อวัยวะเพศ และเป็นตุ่มเจ็บ รวมทั้งอาจมีไข้หรือปัสสาวะไม่ออกร่วมด้วย ซึ่งการรักษาควรพบแพทย์เพื่อรับยารักษาอย่างถูกต้อง

4.หูดหงอนไก่นี่ก็เป็นอีกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV ทำให้เกิดผื่นสีน้ำตาลนูนหนา จากนั้นจะเกิดหูดลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ หรือแบบหงอนที่หัวไก่ชน เป็นติ่งเนื้ออ่อน ๆ สีชมพู ขึ้นมา มีลักษณะเป็นก้อนเล็ก ๆ จนถึงก้อนโตที่สามารถอุดกั้นช่องคลอด ทวารหนัก หรือท่อปัสสาวะได้เลยหากไม่รีบรักษา ที่สำคัญก็คือ หูดหงอนไก่เป็นโรคติดต่อที่กลับมาเป็นซ้ำได้อีกเรื่อย ๆ หากไม่ป้องกันและดูแลตัวเองให้ดี

5.ไวรัสตับอักเสบบีเชื้อไวรัสบีคือเชื้อก่อโรคไวรัสตับอักเสบบี ที่จริง ๆ แล้วคนไทยเป็นพาหะโรคนี้กว่าครึ่งหนึ่งของประชากร ที่สำคัญคือหลายคนไม่ทราบว่าตัวเองเป็นพาหะ มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแฝงอยู่ในร่างกาย และสามารถแพร่กระจายโรคนี้ให้ผู้อื่นได้อีกด้วย เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี มักไม่มีอาการป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก หลายคนจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อไปบริจาคเลือดแล้วตรวจพบแต่สำหรับบางคนอาจมีอาการป่วยแสดงออก เช่น มีอาการเพลีย เบื่ออาหาร อาจมีไข้ต่ำ ๆ ในวันแรก ๆ มีอาการจุกแน่นท้อง ปวดท้อง ตัวเหลือง ตาเหลือง มีปัสสาวะสีเข้ม อาการเหมือนดีซ่าน เป็นอยู่ 2-3 สัปดาห์หรือเป็นเดือน แล้วจะหายเป็นปกติ มีเพียงส่วนน้อยที่อาจทำให้ตับเสีย มีอาการเพ้อคลั่ง ซึม มีน้ำในท้อง ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ในที่สุด

6.หูดข้าวสุกหูดข้าวสุกจัดเป็นโรคติดต่อที่แพร่กระจายได้ง่าย และมักพบโรคนี้อยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากหูดข้าวสุกเป็นโรคติดต่อทางผิวหนังจากการสัมผัสเชื้อเท่านั้นเอง โดยเชื้อไวรัสตัวต้นเหตุโรคหูดข้าวสุกก็คือเชื้อไวรัสกลุ่ม poxviridae อย่างไรก็ตาม โรคหูดข้าวสุกเป็นโรคติดเชื้อเฉพาะผิวหนังชั้นนอก กล่าวคือ เชื้อไวรัสไม่ได้เข้าสู่ร่างกายทางกระแสเลือดหรือระบประสาท ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อหูดข้าวสุกไม่มีอาการไข้ ไม่อ่อนเพลีย ไม่ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนการติดเชื้อทั่วไป

โดยอาการหูดข้าวสุกจะเริ่มจากมีจุดแดง ๆ ต่อมาเป็นตุ่มเล็ก ๆ สีแดง และอาจสังเกตว่ามีตุ่มเล็ก ๆ สีขาวคล้ายเม็ดข้าวสารอยู่ข้างใน บ้างก็มีลักษณะคล้ายสิวอักเสบ แต่ไม่มีอาการเจ็บ และหากบีบหูดจะได้สารสีขาวข้นเป็นเม็ดคล้ายข้าวสุก ดังชื่อของโรคนั่นเอง หูดข้าวสุกเป็นโรคติดต่อและเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วย ดังนั้นหากมีอาการข้างต้นและสงสัยว่าจะเป็นอาการของหูดข้าวสุก ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาและงดมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนทั้งนี้การรักษาโรคหูดข้าวสุกแพทย์จะทำการบ่มเอาสารสีขาวในแผลออกมา ร่วมกับแต้มยารักษาตุ่มหูดเพื่อฆ่าเชื้อและลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อ

เชื้อไวรัสจะเล่นงานเราให้เกิดอาการป่วยโรคต่าง ๆ ได้ ก็ต่อเมื่อร่างกายเรามีภูมิต้านทานที่ไม่แข็งแรง ที่สำคัญการไม่ป้องกันระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสเหล่านี้จนป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ได้มากขึ้น ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ก็ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์


https://lovefoundation.or.th/th/6-โรคที่ติดต่อได้จากเพศส/


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  โรคที่ติดต่อ เพศสัมพันธ์ เชื้อไวรัส อวัยวะเพศ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม